แมนยู ปีศาจแดง แห่ง Manchester United

แมนยู

แมนยู สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด Manchester United Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลที่ตั้งอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันแข่งขันในพรีเมียร์ลีกซึ่งลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรมีฉายา “ปีศาจแดง” ก่อตั้งในชื่อสโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ใน ค.ศ. 1878 และเปลี่ยนชื่อเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใน ค.ศ. 1902 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นในสนามเหย้าปัจจุบันอย่างโอลด์แทรฟฟอร์ดใน ค.ศ. 1910

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชนะเลิศถ้วยรางวัลมากกว่าสโมสรอื่นในฟุตบอลอังกฤษ

โดยชนะเลิศลีก 20 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด, เอฟเอคัพ 12 สมัย, ลีกคัพ 5 สมัย และเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21 สมัย ซึ่งก็เป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน ยูไนเต็ดยังชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย, ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย, ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ 1 สมัย และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย โดยในฤดูกาล 1998–99 ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์ และในฤดูกาล 2016–17 หลังจากที่ชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีก พวกเขากลายเป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขันของยูฟ่าครบทั้งสามรายการ

ภัยพิบัติทางอากาศมิวนิกเมื่อ ค.ศ. 1958 คร่าชีวิตผู้เล่นแปดคน ต่อมาใน ค.ศ. 1968 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรฟุตบอลแรกของอังกฤษที่ชนะเลิศยูโรเปียนคัพภายใต้การคุมทีมของแมตต์ บัสบี ต่อมาอเล็กซ์ เฟอร์กูสันพาทีมชนะเลิศถ้วยรางวัล 38 ใบในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งรวมพรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอคัพ 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยในระหว่าง ค.ศ. 1986 ถึง 2013 ซึ่งเป็นปีที่เขาประกาศเกษียณตัวเอง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีสโมสรคู่ปรับคือ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ซิตี, อาร์เซนอล และลีดส์ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกในฤดูกาล 2016–17 ด้วยรายได้ต่อปีเป็นจำนวน 676.3 ล้านปอนด์ และเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่สามของโลกใน ค.ศ. 2019 เป็นมูลค่า 3.15 พันล้านปอนด์ (3.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ณ ค.ศ. 2015 สโมสรเป็นเครื่องหมายการค้าฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก คาดว่ามีมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเกิดการลอยตัวในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนเมื่อ ค.ศ. 1991 สโมสรกลายเป็นเอกชนภายหลังจากที่มัลคอม เกลเซอร์ซื้อกิจการสโมสรเมื่อ ค.ศ. 2005 ด้วยข้อตกลงมูลค่าเกือบ 800 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินที่ถูกกู้กว่า 500 ล้านปอนด์นี้กลายเป็นหนี้ของสโมสร และตั้งแต่ ค.ศ. 2012 หุ้นบางส่วนของสโมสรถูกเสนอขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แม้ว่าตระกูลเกลเซอร์จะยังคงมีบทบาทเป็นเจ้าของและควบคุมสโมสร

ตราสโมสรและสีชุดแข่งขันของ แมนยู

ตราสัญลักษณ์ของสโมสรมีที่มาจากตราประจำสภานครแมนเชสเตอร์ ส่วนที่ยังคงอยู่จากตราดั้งเดิมที่ปรากฏในตราปัจจุบันคือรูปเรือใบเต็มลำ รูปปีศาจมาจากฉายาของสโมสร “ปีศาจแดง” ปีศาจนี้ปรากฏบนรายการโทรทัศน์ของสโมสรและผ้าพันคอในทศวรรษ 1960 และถูกนำไปใส่ในตราสโมสรเมื่อ ค.ศ. 1970 อย่างไรก็ตาม ตรานี้ยังไม่ปรากฏบนอกเสื้อจนกระทั่งใน ค.ศ. 1971

เครื่องแบบของนิวตันฮีตเมื่อ ค.ศ. 1879 สี่ปีก่อนที่สโมสรจะลงแข่งขันครั้งแรก มีบันทึกว่าเป็น ‘ชุดสีขาวและสีน้ำเงิน’ ภาพถ่ายของทีมนิวตันฮีตใน ค.ศ. 1892 แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นสวมเสื้อสี่ส่วนสีแดงและขาวและกางเกงนิกเกอร์บอกเกอส์สีน้ำเงินเข้ม ต่อมาระหว่าง ค.ศ. 1894 และ 1896 ผู้เล่นสวมเสื้อสีเขียวและสีทอง ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นเสื้อสีขาวและกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้มใน ค.ศ. 1896

หลังจากเปลี่ยนชื่อสโมสรใน ค.ศ. 1920 สีชุดแข่งของสโมสรเปลี่ยนเป็นเสื้อสีแดง กางเกงสีขาว และถุงเท้าสีดำ ซึ่งกลายเป็นชุดเหย้ามาตรฐานของทีม มีการเปลี่ยนแปลงของชุดเล็กน้อยจนกระทั่งใน ค.ศ. 1922 เมื่อสโมสรนำเสื้อสีขาวที่มีรูปตัว “วี” สีแดงเข้มรอบคอ คล้ายกับเสื้อที่สวมในเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 1909 พวกเขาคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของชุดเหย้าจนถึง ค.ศ. 1927 สำหรับช่วงเวลาใน ค.ศ. 1934 เสื้อชุดเหย้ากลายเป็นเสื้อลายขวางสีเชอร์รีสลับขาว แต่ในฤดูกาลถัดมาสโมสรนำเสื้อสีแดงกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากที่สโมสรจบอันดับที่ 20 ในเซคันด์ดิวิชันซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดของสโมสร

แมนยู

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ส่วนเสื้อลายทางถูกลดบทบาทเป็นเพียงชุดตัวเลือก ถุงเท้าสีดำเปลี่ยนเป็นสีขาวตั้งแต่ ค.ศ. 1959 ถึง 1965 ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีแดงในขณะที่สีขาวใช้ในบางโอกาส และใน ค.ศ. 1971 สโมสรกลับไปใช้ถุงเท้าสีดำ กางเกงสีดำและถุงเท้าสีขาวจะสวมคู่กับเสื้อเหย้าเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่ใส่ในนัดเยือนกรณีที่ชุดของทีมตรงกับชุดของคู่แข่ง สำหรับฤดูกาล 2018–19 กางเกงสีดำและถุงเท้าสีแดงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับชุดเหย้า ตั้งแต่ฤดูกาล 1997–98 สโมสรใช้ถุงเท้าสีขาวในเกมยุโรปที่มักแข่งขันในคืนกลางสัปดาห์ เพื่อช่วยในการมองเห็นของผู้เล่น ชุดเหย้าในปัจจุบันประกอบด้วยเสื้อสีแดงพร้อมเครื่องหมายสามแถบของอาดิดาสบนไหล่ กางเกงสีขาว และถุงเท้าสีดำ

ชุดเยือนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมักเป็นเสื้อสีขาว กางเกงสีดำและถุงเท้าสีขาว ยกเว้นในบางครั้งที่มีการใช้ชุดสีดำล้วนตัดด้วยสีน้ำเงินและสีทองระหว่าง ค.ศ. 1993 ถึง 1995 กับเสื้อสีกรมท่าที่มีแถบสีเงินแนวนอนในช่วงฤดูกาล 1999–2000 และชุดเยือนในฤดูกาล 2011–12 ซึ่งใช้เสื้อสีฟ้าที่มีแขนเสื้อแถบลายเส้นสีกรมท่าและสีดำ พร้อมกับกางเกงสีดำ และถุงเท้าสีน้ำเงิน ชุดสีเทาล้วนที่ใช้ในช่วงฤดูกาล 1995–96 ถูกยกเลิกหลังจากที่ได้สวมเพียงห้านัด นัดสุดท้ายที่ใช้ชุดนี้คือนัดที่พบกับเซาแทมป์ตัน โดยอเล็กซ์ เฟอร์กูสันบังคับให้ทีมเปลี่ยนไปสวมชุดที่สามในช่วงครึ่งหลัง เพราะผู้เล่นอ้างว่ามีปัญหาในการมองหาเพื่อนร่วมทีม จนทำให้ยูไนเต็ดไม่สามารถเอาชนะในนัดที่สวมชุดนี้ ใน ค.ศ. 2001 ซึ่งมีการฉลองครบรอบ 100 ปีในชื่อ “แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” มีการจำหน่ายชุดเยือนสีขาวและทองแบบกลับด้านได้ แม้ว่าในนัดแข่งขันจริงจะไม่สามารถกลับด้านเสื้อได้

ชุดที่สามของสโมสรมักเป็นสีน้ำเงินล้วน โดยครั้งล่าสุดที่ใช้คือฤดูกาล 2014–15 บางครั้งชุดที่สามเป็นสีอื่น เช่น เสื้อแบ่งครึ่งสีเขียวและสีทองที่ใช้ระหว่าง ค.ศ. 1992 ถึง 1994 เสื้อลายทางสีน้ำเงินและสีขาวที่ใส่ในฤดูกาล 1994–95, 1995–96 และ 1996–97 ชุดสีดำที่ล้วนใส่ในฤดูกาล 1998–99 ที่ได้ทริปเปิลแชมป์ และเสื้อสีขาวแถบแนวนอนสีดำและสีแดงที่ใส่ในฤดูกาล 2003–04 และ 2005–06 ตั้งแต่ฤดูกาล 2006–07 ถึง 2013–14 ชุดที่สามจะเป็นชุดเยือนของฤดูกาลก่อนหน้า แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนของสโมสรในฤดูกาล 2006–07 และ 2010–11 ก็ตาม ชุดที่สามในฤดูกาล 2008–09 เป็นชุดสีฟ้าล้วนที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของความสำเร็จในยูโรเปียนคัพ ฤดูกาล 1967–68

แมนยู

คู่แข่งของ แมนยู

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีทีมคู่แข่งคือ อาร์เซนอล, ลีดส์ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ซิตีซึ่งนัดที่พวกเขาพบกันเรียกว่าแมนเชสเตอร์ดาร์บี การแข่งขันกับลิเวอร์พูลมีรากฐานจากการแข่งขันระหว่างเมืองในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งแมนเชสเตอร์มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขณะที่ลิเวอร์พูลเป็นเมืองท่าสำคัญ ทั้งสองสโมสรเป็นทีมจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทั้งการแข่งขันระดับประเทศและระดับนานาชาติ ถ้วยรางวัลที่พวกเขาชนะเลิศเมื่อนำมารวมกัน ได้แก่ ลีก 39 สมัย, ยูโรเปียนคัพ 9 สมัย, ยูฟ่าคัพ 4 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 5 สมัย, เอฟเอคัพ 19 สมัย, อีเอฟแอลคัพ 13 สมัย, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ 1 สมัย และเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 36 สมัย

การพบกันของทั้งคู่ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอลและนัดการแข่งขันที่มีชื่อเสียงที่สุดในฟุตบอลอังกฤษ อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กล่าวใน ค.ศ. 2002 ว่า “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือการสกัดลิเวอร์พูลออกจากความสำเร็จ”

“ศึกกุหลาบ” กับลีดส์ เกิดจากสงครามแห่งดอกกุหลาบที่ต่อสู้กันระหว่างราชวงศ์แลงคัสเตอร์กับราชวงศ์ยอร์ก โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นตัวแทนของแลงคาเชียร์และลีดส์เป็นตัวแทนของยอร์กเชียร์

การแข่งขันกับอาร์เซนอลมีชื่อเสียงจากการแข่งขันหลายนัดระหว่างทั้งสองทีม โดยผู้จัดการทีม อเล็กซ์ เฟอร์กูสันและอาร์แซน แวงแกร์ต่างต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยจำนวนแชมป์ 33 สมัยของทั้งสองทีมรวมกัน (แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 20 สมัยและอาร์เซนอล 13 สมัย) การแข่งขันนี้จึงกลายเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในนัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

เกียรติประวัติ แมนยู

อังกฤษ ระดับประเทศ

  • ดิวิชันหนึ่ง/พรีเมียร์ลีก
    ชนะเลิศ (20)
    : 1907–08, 1910–11, 1951–52, 1955–56, 1956–57, 1964–65, 1966–67, 1992–93, 1993–94, 1995–96, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2010–11, 2012–13
  • ดิวิชันสอง
    ชนะเลิศ (2)
    : 1935–36, 1974–75
  • เอฟเอคัพ
    ชนะเลิศ (12)
    : 1908–09, 1947–48, 1962–63, 1976–77, 1982–83, 1984–85, 1989–90, 1993–94, 1995–96, 1998–99, 2003–04, 2015–16
  • อีเอฟแอลคัพ
    ชนะเลิศ (5)
    : 1991–92, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2016–17
  • เอฟเอชาริตี/คอมมูนิตีชีลด์ (17 แชมป์เดี่ยว, 4 แชมป์ร่วม)
    ชนะเลิศ (21)
    : 1908, 1911, 1952, 1956, 1957, 1965, 1967, 1977, 1983, 1990*, 1993, 1994, 1996, 1997, 2003, 2007, 2008, 2010, 2011, 2013, 2016

ระดับทวีปยุโรป

  • ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
    ชนะเลิศ (3)
    : 1967–68, 1998–99, 2007–08
  • ยูฟ่ายูโรปาลีก
    ชนะเลิศ (1)
    : 2016–17
  • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
    ชนะเลิศ (1)
    : 1990–91
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ
    ชนะเลิศ (1)
    : 1991

ระดับโลก

  • อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ
    ชนะเลิศ (1)
    : 1999
  • ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ
    ชนะเลิศ (1)
    : 2008

รายการอื่นๆ

  • BBC Sports Personality of the Year Team Award
    ชนะเลิศ (2)
    : 1968 & 1999

สถิติของสโมสร แมนยู

  • ชัยชนะฟุตบอลลีกสูงสุด – 10 – 1 – 15 ตุลาคม 1892 – ฟุตบอลดิวิชัน 1 แข่งกับ วูลฟ์
  • ชัยชนะฟุตบอลพรีเมียร์สูงสุด – 9 – 0 – 4 มีนาคม 1995 – ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แข่งกับ อิปสวิชทาวน์
  • ชัยชนะฟุตบอลถ้วยสูงสุด – 10 – 0 – 26 กันยายน 1956 – ฟุตบอลยูโรเปียนส์คัพ แข่งกับ อันเดอร์เลซท์
  • ชัยชนะในบ้านสูงสุด – 10 – 0 – 26 กันยายน 1956 – ฟุตบอลยูโรเปียนส์คัพ แข่งกับ อันเดอร์เลซท์
  • ชัยชนะนอกบ้านสูงสุด – 8 – 1 – 6 กุมภาพันธ์ 1999 – ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แข่งกับ นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์
  • แพ้สูงสุด – 0 – 7 – ปี 1926 – ฟุตบอลดิวิชัน 1 แข่งกับ แบล็กเบิร์นโรเวอร์ส
  • แพ้สูงสุด – 0 – 7 – ปี 1930 – ฟุตบอลดิวิชัน 1 แข่งกับ แอสตันวิลลา
  • แพ้สูงสุด – 0 – 7 – ปี 1931 – ฟุตบอลดิวิชัน 2 แข่งกับ วูลฟ์
  • ผู้เข้าชมสูงสุด – 75,595 คน – 17 กันยายน 2006 – ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แข่งกับอาร์เซนอล
  • ยอดเงินค่าเข้าชมสูงสุด – 576,494 ปอนด์ – 11 มีนาคม 1996 – ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 6 แข่งกับสโมสรฟุตบอลเซาแทมป์ตัน
  • ชนะติดต่อกันนานสุด – 40 นัด จากวันที่ 24 ธันวาคม 1998 – 3 ตุลาคม 1999 โดยแพ้ให้กับ เชลซี
  • แต้มสูงสุดในฤดูกาล – 92 แต้ม – 42 นัด ฤดูกาล 1993/94
  • นักฟุตบอลที่ลงเล่นมากสุด – 819 นัด – ไรอัน กิ๊กส์
  • นักฟุตบอลที่ลงเล่นในบอลลีกมากที่สุด – 606 นัด – บ็อบบี้ ชาร์ลตัน
  • ยิงประตูสูงสุด – 247 ประตู – บ็อบบี้ ชาร์ลตัน
  • ยิงประตูในฟุตบอลลีกสูงสุด – 199 ประตู – บ็อบบี้ ชาร์ลตัน
  • ยิงประตูสูงสุดในหนึ่งฤดูกาล – 46 ประตู – เดนิส ลอว์ ฤดูกาล 1963-64
  • ยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลลีกหนึ่งฤดูกาล – 32 ประตู – เดนนิส ไวโอเล็ต ฤดูกาล 1959-60
  • ยิงประตูสูงสุดในหนึ่งนัด – 6 ประตู – 7 กุมภาพันธ์ 1970 – จอร์จ เบสต์ นัดแข่งกับ นอร์ทแธมป์ตันทาวน์
  • ยิงประตูสูงสุดในการแข่งขันของยูฟ่า – 38 ประตู – ลุด ฟัน นิสเติลโรย
  • ผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากสุด – 129 นัด – ปีเตอร์ ชไมเคิล – ทีมชาติเดนมาร์ก
  • ทำประตูได้เร็วที่สุด – 15 วินาที – ไรอัน กิ๊กส์ – 18 พฤศจิกายน 1995 นัดที่แข่งกับ เซาแทมป์ตัน
  • ผู้เล่นซื้อเข้ามายังสโมสรที่มีราคาสูงที่สุด – ปอล ปอกบา จากสโมสรยูเวนตุส (อิตาลี) 5,284,578,323 บาทไทย หรือ 120 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2016
  • ผู้เล่นขายออกไปจากสโมสรที่มีราคาสูงที่สุด – คริสเตียโน โรนัลโด ไปสโมสรเรอัลมาดริด (สเปน) 80 ล้านปอนด์ (เป็นสถิติโลกตั้งแต่กรกฎาคม 2009 ถึงสิงหาคม 2013)

สถิติอื่นๆ

  • ในช่วง 18 ปี (ระหว่างปี 1991-2009) เป็นสโมสรเดียวที่จบฤดูกาลไม่ต่ำกว่าอันดับ 3
  • ทำแต้มในลีกรวมทุกลีก ได้เป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล (562 แต้ม อันดับ 2 และ 3 คือ ลิเวอร์พูลและอาร์เซนอล ได้ 5565 และ 5392 แต้มตามลำดับ)

บริการเกมส์ PGSLOT 24 ชั่วโมง

รูปแบบที่แปลกใหม่ ฉีกรูปแบบทุกการเล่น PG SLOT แบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง พบกับสุดยอด ครีเอทีฟ เกมส์ดีไซน์ ที่ออกแบบเกมส์ แบบใหม่ทั้งหมด มาให้ได้เล่น แล้วตอนนี้ เกมส์สล็อต ออนไลน์ พีจี สล็อต ที่มีให้เลือกเล่นมากกว่า 100 เกมส์ และอัพเดต ข่าวออนไลน์ ทุกวัน

ลุ้นรับโบนัสใหญ่ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส เล่นได้เลยผ่านมือถือ ผ่านบราวเซอร์ ไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น รองรับทุกแพลตฟอร์ม กับรูปแบบของ เกมส์ HTML 5 เทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยให้เกมส์ สล็อต ของเรา สามารถรันได้บน มือถือทุกรุ่น รวมถึงคอมพิวเตอร์

รับ 50% ตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัคร PG SLOT ONLINE

ท่านสามารถ ทดลองเล่นสล็อต และ เกมยิงปลา ได้ฟรี หากท่านสนใจ ท่านสามารถสมัครสมาชิก ได้ที่หน้าเว็บไซต์ pgslotgame.com ง่ายๆเพียงกรอก ข้อมูลให้ครบ ตามที่เรากำหนด ซึ่งข้อมูล การสมัครสมาชิก จะไม่สามารถแก้ไขได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูล ให้ถูกต้อง ก่อนส่ง เมื่อ สมัครสมาชิก เสร็จเรียบร้อย และ ได้ Username และ Password แล้ว ให้ท่านล็อกอินเข้าสู่ระบบ

สมัคร PGSLOT ทดลองเล่นสล็อต

ผู้นำเข้า PG SLOT

UFASTAR ผู้นำเข้า PG SLOT จากต่างประเทศ พร้อมด้วยระบบ ฝาก – ถอน ที่เร็วที่สุดเข้ามาพร้อม กับเกมเพื่อที่ จะอำนวยความ สะดวกให้กับ ผู้เล่นอย่างไม่มีติดขัด ทั้งนี้ยังมี คาสิโน ออนไลน์ Epicwin ให้บริการในรูปแบบ ของ UFABET มีทั้ง บอล ไพ่ บาคาร่า หวย มวย รูเล็ต สล็อต รีวิวสล็อต Joker gaming และ เกมอื่นๆ มากมาย ที่ฝากไม่มีขั้นต่ำ 1 บาทก็เปิดยูสได้ Sa gaming ขั้นต่ำ 20 บาท

Line QR Code PG SLOT